ล่าสุด

DJI Mavic Air รุ่นล่าสุดและใหม่สุดของ Mavic

DJI Mavic Air รุ่นล่าสุดและใหม่สุดของ Mavic

สำหรับคนที่ชอบโดรนแบบพับแขนใบพัดได้ของ DJI คงหนีไม่พ้นรุ่น Mavic ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และล่าสุดคาดว่าทาง DJI จะมีการประกาศตัวโดรนรุ่นใหม่ในวันที่ 23 มกราคานี้ ซึ่งคาดกันว่าอาจจะเป็นรุ่น Mavic Pro 2 และ DJI Mavic Air ซึ่งแฟนๆชาวโดรน กำลังลุ้นกันตัวโก่ง

การเปิดตัวจะขึ้นที่ New York ประเทศสหรัฐอเมริกา เวลา 10:00 EST ซึ่งก็ช้ากว่าบ้านเราไปเกือบ 24 ชั่วโมง บ้านเรากว่าจะได้ทราบข่าวก็คงจะเป็นเช้าของวันที่ 24 มกราคมไปแล้วละครับ แต่ว่าระหว่างนี้เรามาดูกันว่า DJI Mavic Air จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง

เป็นที่คาดเดากันว่า Mavic 2 อาจจะใช้รูปแบบการดีไซน์ของ Mavic Pro แต่สำหรับ Mavic Air น่าจะมีหน้าตาที่แตกต่างออกไป หากภาพที่โชว์ในคำเชิญนั้นจะเป็นแนวทางอะไรซักอย่างแล้วละก็ ผิวโค้งเรียบของ Mavic Air นั้นน่าจะสะท้อนถึงผิวหน้าสไตล์ Phantom 4 Pro ผสานกับการพับแขนได้ของ Mavic Pro

เหตุผลที่เป็นไปได้นั่นก็คือ Mavic Air นั้นจะเติมช่วงว่างระหว่าง Spark และ Mavic รุ่นปัจจุบัน โดย Mavic Air ตัวใหม่นั้นจะตัวเล็กกว่า Mavic ปัจจุบันเล็กน้อย โดยมันจะมีความสามารถเหมือนๆกับ Mavic รุ่นดั้งเดิม เราเลยเดาว่ามันน่าจะมีระบบหลบหลีกสิ่งกีดขวางด้านหน้า ขณะที่ Mavic Pro นั้นจะหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้รอบทิศ

สำหรับห้วข้อ “Adventure Unfolds” ที่จะมีการเปิดตัวในวันที่ 23 มกราคมนี้นั้น เราคิดว่าคำว่า Unfold อาจจะไม่ได้สื่ออะไรที่เป็นรหัสออกมามากนัก นั่นคือเราคิดว่าในวันเปิดตัวจะมี โดรนอย่างน้อย 1 รุ่นที่พับแขนได้

ส่วนคำว่า “Adventure” นั้นน่าจะบ่งบอกถึงความสามารถในการพกพาได้ของโดรน ที่จะสามารถพาไปผจญภัยได้ทุกที่ เช่นเดียวกับรุ่น Spark และ Mavic ก่อนหน้านี้ ดังนั้น Mavic Air น่าจะมีขนาดเล็กกว่าเดิมมาก

เป็นไปได้ไหมว่า โดรนรุ่นนี้จะเป็นรุ่นแรกที่กันน้ำได้ที่วางขายให้กับประชาชนมือสมัครเล่นทั่วไป ได้ที่ตั้งความหวังกันไว้ละครับ ทั้งนี้ Matrice 200 จาก DJI นั้นมีความสามารถกันน้ำในระดับ IP43 ซึ่งหมายถึงว่าน้ำจากฝนทำอะไรมันไม่ได้ แต่มันไม่พร้อมจะลงไปว่ายน้ำแค่นั้น

เราก็ได้แต่คาดหวังว่าโดรนรุ่นใหม่ๆจะมีความสามารถที่จะบินได้ในสายฝนแค่นั้นเอง

สเป็ค DJI Mavic Air

เราคาดว่า Mavic Air จะมีระยะเวลาในการบินที่สั้นกว่ารุ่น Mavic Pro เล็กน้อย แต่น่าจะบินได้นานกว่ารุ่น Spark อย่าลืมว่า มันไม่จริงเสมอไปที่ว่าโดรนตัวเล็กๆจะบินได้ไม่นาน มันขึ้นอยู่กับว่าผู้ผลิตจะใส่อะไรมาให้

Mavic Air นั้นน่าจะบินได้ราวๆ 20 – 25 นาที และระยะการบินน่าจะอยู่ระหว่างกลางของ Spark ที่บินได้ราว 2 กิโลเมตร และ Mavic Pro ที่บินได้ราว 7 กิโลเมตร และคาดว่ามันน่าจะมาพร้อม Lightbridge Technology แทนที่จะเป็น WiFi FPV เหมือนของ Spark

ขณะที่ Mavic Pro 2 จะมาพร้อมกล้องและ gimbal แบบใหม่ แต่คาดว่า Mavic Air จะมาพร้อม gimbal สามแกน และกล้อง 12 ล้านพิกเซลเหมือนกับ Mavic รุ่นเก่า

สำหรับในประเด็นของราคานั้น Mavic Air ราคา น่าจะเริ่มที่ราวๆ 600 USD หรือราวๆ 19,000 บาทในอเมริกา ซึ่งเป็นราคาพร้อมรีโมท ขณะที่รุ่น Combo น่าจะมีราคาอยู่ราวๆ 800 USD

สัปดาห์หน้า เราคงจะได้รายละเอียดกันละครับว่า Mavic Air จะมีลักษณะอย่างไร ราคาประมาณเท่าไหร่ อดใจรอกันนะครับ

Advertisment