ล่าสุด

DJI Phantom 4 รีวิว

DJI Phantom 4 รีวิว เร็วกว่า หลบสิ่งกีดขวางได้

สิ่งแรกที่ผมได้ลองกับโดรน DJI Phantom 4 ตัวใหม่ก็คือ ลองบินตรงดิ่งเข้าหาต้นไม้ทันที ซึ่งก็คงมีไม่กี่คนนักที่จะทำแบบนี้กับโดรนราคาห้าหมื่น แต่เนื่องจากโดรนตัวนี้มีลักษณะพิเศษที่โดรนตัวอื่นทำไม่ได้ นั่นก็คือป้องกันไม่ให้พวกเราเป็นนักบินหน้าโง่ ที่ชอบบินชนโน่นนี่นั่นเป็นประจำนั่นเอง

ผลจากการวิ่งเข้าหาต้นไม้ก็คือ DJI Phantom 4 ตัวนี้ก็จะทำเสียงประหลาดแล้วเบรกดังเอี้ยดก่อนจะหยุดนิ่งห่างไม่กี่เมตรจากต้นไม้ ระบบกล้องที่ติดตั้งไว้รอบตัวของโดรนจะสามารถเห็นสิ่งกีดขวางในระบบ 3 มิติ และตัดสินใจในเสี้ยววินาทีที่จะหยุดนิ่งหรือหาเส้นทางบินใหม่

สิ่งเหล่านี้เกิดจากที่ผ่านมามีการเล่นโดรนแล้วบินชนแล้วตก อีกทั้งทำให้เกิดการบาดเจ็บมามาก ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่โดรนจะต้องพัฒนาตัวเองไปอีกขั้น นั่นคือระบบการมองเห็นนั่นเอง

DJI Phantom 4 จะเริ่มวางขายในอเมริการในวันที่ 15 มีนาคมนี้ และจะเป็นโดรนสำหรับลูกค้าทั่วไปรุ่นแรกที่สามารถรับรู้และหลบเลี่ยงต้นไม้ อาคาร และวัตถุที่เคลื่อนไหว ได้ นักบินมือใหม่ ทำเพียงแค่เอามือแตะลงไปบนแอพ มันก็จะบินตามคนๆนั้นเหมือนหุ่นยนต์ติดตามตัวได้เลย ผมก็ลองเล่นในลักษณะของการวิ่งหนีให้มันวิ่งตามเหมือนเวลาเราวิ่งจับไก่นั่นแล

DJI-phantom-4-cam

อย่างไรก็ตาม DJI Phantom 4 ก็ใช่ว่าจะฉลาดล้ำเหนือมนุษย์หรอกนะครับ มันมองไม่เห็นสายไฟแรงสูง หรือสิ่งกีดขวางที่บางมากๆ และมันไม่มีกล้องอยู่ด้านหลัง ดังนั้นมันอาจจะบินถอยหลังไปชนสิ่งกีดขวางเอาได้ แต่ก็ถือเป็นโดรนตัวแรกที่เวลาบินแล้วสบายใจมากขึ้น ไม่ต้องกลัวเผลอเรอบินใส่สิ่งกีดขวางแล้วทำให้มันตกต่อหน้า

สิ่งดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญ เพราะคนเล่นโดรนไม่ใช่แค่อยากบินเฉยๆ แต่เรื่องของภาพที่ได้มาต่างหากที่ทุกคนสนใจ ก่อนหน้านี้ใครอยากได้ภาพแบบนี้ ต้องทำผ่านเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น พบขึ้นบินทุกอย่างจะดูสวยงามน่าประทับใจยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นหลังคาบ้าน หรือแม้แต่งานแต่ง ทำให้รู้สึกเหมือนยังกะที่เห็นในหนัง

DJI-phantom-4-back

ดังนั้น DJI Phantom 4 จึงถือเป็นเครื่องมือสร้างจินตนาการได้ดีเยี่ยมไม่ใช่แค่ของเล่นเท่านั้น รูปร่างอาจจะดูใหญ่กว่าแต่แบตก้อนใหญ่กว่า ทำให้บินได้นานกว่า 28 นาที กล้องที่ใต้ท้องก็บันทึกภาพวิดีโอในระดับ 4K และถ่ายภาพนิ่งในระดับ 12 ล้านพิกเซล มันมาพร้อมเลนซ์มุมกว้างที่ให้ภาพตรงมุมที่คมชัดกว่ารุ่นก่อนหน้า

ส่วนภาพวิดีโอก็จะมีความลื่นไหลมากขึ้นเหมือนดูหนังฮอลลีวูด ซึ่งต้องยกนิ้วให้กับ gimbal ที่ขับด้วยมอเตอร์ที่ทำให้กล้องนิ่งแม้ลมจะพัดแรงก็ตาม

ใช่ว่าทุกคนจะบินได้เก่งเสมอไป หลายคนก็บินโดรนชนแล้วตกจนเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา โดรนตัวแรกของผมก็ชนต้นไม้มาแล้ว ตัวคอนโทรลเลอร์ของ Phantom รุ่นก่อนๆ มีสวิทช์มากมายจนอาจจะต้องเข้าเรียนวิธีการควบคุมในโรงเรียนสอบการบินโดรนกันแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หน่วยงานของรัฐต่างเรียกร้องให้มีการลงทะเบียนโดรนกับทางการ

DJI-phantom-4-top

สำหรับ DJI Phantom 4 แล้ว กระบวนการบินนั้นเป็นเรื่องง่ายกว่าแต่ก่อนมาก ด้านหน้าตัวรีโมทจะมีจอยสติกแค่สองอัน ปุ่มเพาเวอร์แล้วปุ่มสั่งลงจอดเท่านั้น

เมื่อเชื่อมโยงสายสัญญาณเข้ากับอุปกรณ์ iOS หรือ Android ผ่านสาย USB ก็จะสามารทำให้เห็นภาพต่างๆได้สดๆเหมือนที่โดรนกำลังมองเห็น การที่จะดูภาพผ่านจอพร้อมๆกับดูโดรนไปด้วยนั้นต้องมีการฝึกฝนสักระยะหนึ่ง แต่แอพที่โหลดได้ฟรีตัวนี้จะมาพร้อมระบบการบินอัตโนมัติและระบบแนะนำการใช้งานให้ด้วย แต่ว่าไปแล้วทาง DJI ก็ยังมีพื้นที่ให้ใส่ลูกเล่นช่วยนักบินหน้าใหม่ได้อีกเยอะ

การใช้งาน DJI Phantom 4 นั้นก็คล้ายๆกับการเป็นเจ้าของรถซีดานทั่วไปนั่นแหละครับ มันมาพร้อมแรงม้าที่พร้อมตอบสนองความเร้าใจ ในโหมดสปอร์ทมันสามารถบินได้เร็วถึง 72 กม/ชม และบินในแนวดิ่งเร็ว 20 ฟุตต่อวินาที และที่เด็ดก็คล้ายกับรถวอลโว่รุ่นล่าสุดที่วิ่งในเลนตัวเองและเบรกได้เองนั่นแหละครับ ถือได้ว่า DJI Phantom 4 นั้นมาพร้อมเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยของเรานั่นเอง

DJI-phantom-4-batt

เมื่อคุณเริ่มคุ้นชินกับจอยสติกสองอันนั้นแล้ว ระบบหลบหลีกสิ่งกีดขวางอันใหม่นี้จะช่วยคุณได้มากในสภาวะต่างๆ ไม่เหมือนหุ่นยนต์ดูดฝุ่นหรือรถยนต์ไร้คนขับที่ต้องอาศัยระบบเรดาร์เลเซอร์ในการตรวจจับสิ่งกีดขวาง DJI Phantom 4 จะใช้กล้องถึง 5 ตัวในการสร้างภาพและอัพเดทภาพใหม่ๆตลอดเวลา เพื่อสร้างแผนที่สามมิติในระยะ 2 ถึง 49 ฟุต (16 เมตร) หากมันเจอสิ่งกีดขวางในระยะดังกล่าว ระบบคอมพ์จะตัดสินใจว่าจะหยุดแล้วบินนิ่งๆ หรือจะบินด้วยเส้นทางใหม่เพื่อหลบสิ่งกีดขวางนั้นๆ

ระบบอีกอย่างเรียกว่า TapFly ซึ่งจะใช้กล้องสี่ตัวในการหาเส้นทางที่ไม่มีสิ่งกีดขวางแล้วบินไปยังจุดนั้นๆ นั่นหมายถึงว่าคุณแค่เลือกปลายทางเท่านั้น มันก็จะหาทางบินไปเอง

ส่วนฟังค์ชั่นที่เด็ดอีกอันก็คงเป็นระบบที่เรียกว่า ActiveTrack นั่นคือให้วาดรูปสี่เหลี่ยมรอบคนหรือรถยนต์หรือมอไซค์ในแอพ DJI Phantom 4 ก็จะหันกล้องไปหาสิ่งนั้นตลอดเวลาแม้วัตถุนั้นๆจะเคลื่อนที่ก็ตาม ที่ต่างจากระบบ Follow-me ของโดรนอื่นๆก็คือ วัตถุเป้าหมายไม่จำเป็นต้องพกไอโฟนหรืออุปกรณ์พิเศษแต่อย่างใด

DJI-phantom-4-compare

ลองเล่นโหมดนี้กับ DJI Phantom 4 ในพื้นที่กว้างๆ จะให้ความรู้สึกเหมือนเป็น Jedi เลยทีเดียว เพราะเหมือนเรามีพลังให้มันบินตามและหากหันหน้าไปเผชิญกับมัน มันก็จะถอยหลังกลับไป

สิ่งที่คุณต้องทำก็คือเชื่อมั่นในระบบซอฟแวร์ของโดรน ที่มันจะต้องหลบหลีกสิ่งกีดขวางให้เราแน่ๆ แต่หากคุณจะลองอะไรบ้าๆแบบผมเช่นบินเข้าใส่ต้นไม้ ก็ขอให้ใช้ความระมัดระวังบ้างก็ดี

ข้อจำกัดบางอย่างของ DJI Phantom 4 ก็คงจะเป็นเรื่องที่มันไม่มีกล้องด้านหลังและกล้องด้านบนให้ คุณอาจจะชนต้นไม้ได้หากบินถอยหลังหรือบินสูงขึ้นไปชนกิ่งไม้ กล้องสองตัวด้านหน้าสามารถมองเห็นสิ่งกีดขวางในมุมกว้างเพียง 70 องศาซ้ายขวาเท่านั้น หรือพูดง่ายๆเห็นเฉพาะด้านหน้าเท่านั้น

มันไม่สามารถตรวจจับสายไฟแรงสูงหรือกิ่งไม้เล็กๆได้ และหากคุณคิดจะจับโดรนเองละก็ ต้องใช้ตาข่าย เพราะมันมองไม่เห็นตาข่ายแน่นอน และเนื่องจากมันอาศัยแสงย่านมองเห็น ระบบหลบหลีกจึงทำงานเฉพาะกลางวันเท่านั้น มันอาจจะสับสนได้หากมีแสงจ้าเข้าหาเช่นเงาสะท้อนจากตึกเป็นต้น

DJI-phantom-4-bottom

แม้จะมีข้อจำกัดเหล่านั้นก็ตาม DJI Phantom 4 ถือได้ว่ามีระบบช่วยนักบินหน้าใหม่ได้มาก มันเป็นโดรนที่ผมขอแนะนำใครก็ตามที่เพิ่งจะเริ่มหัดเล่นแต่มาพร้อมเงินระดับ 50,000 กว่าบาท ซึ่งก็ถือว่าไม่น้อยทีเดียว เพราะหากไปซื้อ Phantom 3 4K ซึ่งมีระบบคล้ายๆกันต่างกันที่ระบบการมองเห็น ราคาจะแค่ สามหมื่นกว่าบาทเท่านั้น

ใบพัดของ DJI Phantom 4 นั้นถือว่าอันตรายมาก ดังนั้นการบินในอาคารจึงควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่ง การที่จะทำให้ใบพัดปลอดภัยนั้นอาจจะลดความเสียหายลง แต่อย่าลืมว่าความผิดพลาดที่เกิดจากคนอาจจะทำให้มันบินไปชนสิ่งต่างๆในบ้านได้

ก่อนหน้านี้บริษัทยักษ์ใหญ่ต่างออกมาอวดถึงโดรนที่บินแล้วหลบสิ่งกีดขวางได้เอง แต่เจ้า DJI Phantom 4 ถือว่าเป็นตัวแรกที่ทำได้อย่างนี้ทันทีที่แกะกล่องออกมา ซึ่งบริษัทในจีนระบุว่าได้พัฒนาเทคโนโลยีนี้ขึ้นมาเอง

ด้าน DJI เองก็ไม่ได้ระบุว่าระบบนี้จะช่วยให้ DJI Phantom 4 ไม่พังได้กี่ตัว คุณจึงยังคงต้องระวังอยู่ดี แต่ถือว่าระบบการมองเห็นของ DJI Phantom 4 นั้นเป็นการก้าวกระโดดของเทคโนโลยีมาก ในอนาคตเราคงอาจจะมองว่าโดรนคือกล้องถ่ายภาพมากกว่าจะเป็นเฮลิคอปเตอร์ 4 ใบพัดก็เป็นได้

ราคาขาย
– อเมริกา $1,400
– อังกฤษ 1,005 ปอนด์
– ออสเตรเลีย AUS$1,960

รีวิวจาก Geoffrey A. Fowler จากเว็บ WSJ.COM

Spec อย่างย่อ

ตัวเครื่อง
– น้ำหนัก 1380 g
– บินขึ้นเร็วสุด 6 m/s (sport mode)
– บินลงเร็วสุด 4 m/s (sport mode)
– ความเร็วสูงสุด 20 m/s (sport mode)
– บินนานสุด 28 นาที
– บินไกลได้ถึง 5 กิโลเมตร

ระบบหลบหลีกสิ่งกีดขวาง
– ระยะตรวจจับสิ่งกีดขวาง 0.7 – 15 เมตร
– สภาพแวดล้อมที่ทำงานได้ แสงมากกว่า 15 lux

กล้อง
– 12 M pixels
– ภาพใหญ่สุด 4000×3000
– 1080p 120 fps ทำสโลโมชั่นได้
– 4K ที่ 30 fps
– Bitrate 60 Mbps
– MicroSD Max 64GB

ที่ชาร์ช
– Voltage 17.4V
– Power 100 W

แบตเตอร์รี่
– ความจุ 5350 mAh
– Voltage 15.2 V
– ชนิด LiPo 4S
– พลังงาน 81.3 Wh
– น้ำหนัก 462g

Advertisment

Leave a comment