ล่าสุด

Gopro Hero4 Session: รีวิวคุณภาพของภาพและเสียง

Gopro Hero4 Session: รีวิวคุณภาพของภาพและเสียง

ก่อนหน้านี้เราได้รีวิว Gopro Hero 4 Session มาแล้วในประเด็นของการตั้งค่าและเล่นกับ App นะครับ คราวนี้เรามาดูกันว่าคุณภาพของ ภาพวิดิโอและเสียงที่ออกมานั้นจะเป็นอย่างไร

จะว่าไปแล้วคุณภาพของวิดิโอของ Gopro Hero 4 Session นั้นถือว่าดี แต่ก็ไม่ถึงกับยอดเยี่ยม ในเมื่อมันมากับสิ่งที่ดีคือขนาดที่เล็กลง ก็ยอมต้องสูญเสียบางอย่างไป นั่นก็คือความสว่างและความคมชัดของวิดีโอ โดยเฉพาะอย่างยี่งหากไปเทียบกับกล้อง GoPro Hero 4 Silver ที่ราคาตอนออกจำหน่ายใหม่ๆนั้นราคาเท่ากัน แต่ตอนนี้ราคากล้อง Session นั้นลดลงแล้วก็อาจจะถือได้ว่าพอยอมรับได้

สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนเลยก็คือ กล้อง Hero 4 Session ที่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลนั้น ไม่ได้มีวิดีโอระบบ 4K ติดมาด้วย ในขณะที่ความละเอียด 4K ในกล้อง Hero4 Black นั้นมาพร้อมความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ซึ่งความละเอียดสูงสุดของ Session ก็จะเป็น 1440 ด้วยสัดส่วนภาพ 4:3 เท่านั้น

ทำไมเป็นโหมดนี้ก็ไม่ต้องแปลกใจ เนื่องจากสัดส่วนภาพ 4:3 นั้นได้รับความนิยมในหมู่นักเล่นกีฬาผาดโผนอยู่แล้ว เนื่องจากมันให้ความรู้สึกถึงสเกลภาพในบางแง่มุม ลองจินตนาการดูนะครับว่า กรณีเห็นภูเขาสูงอยู่ด้านล้าง หากเป็นแบบ 16:9 ยอดเขาก็จะถูกตัดหายไปบนภาพจอแบน

เลนซ์มุมกว้างขนาด 170 ดีกรีนั้นหมายถึงว่าคุณจะได้ภาพในลักษณะของ fish-eye effect ออกมา ซึ่งอาจจะดูสนุกสนานดีแต่ก็ใช้บ่อยๆก็ดูไม่จืด คุณอาจจะลดการบิดเบือนของภาพในลักษณะลงได้ด้วยการปรับใช้สัดส่วนภาพแบบ 16:9 หรือระหว่างการตัดต่อภาพ

ตอนที่เราได้ลองกล้องนี้ ก็ได้ลองพยายามใช้การตั้งค่าต่างๆ ซึ่งก็พบว่าได้ภาพที่ออกมาดูดี ผลคือกล้อง GoPro Hero 4 Session นั้นให้ภาพวิดิโอที่คุณภาพดีในระดับหนึ่งสำหรับกล้องที่มีขนาดเล็กและจิ๋วแบบนี้ ในแง่ของสีก็คมชัด ภาพที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วก็ได้ผลออกมาดีและนุ่มนวลพร้อมรายละเอียดของภาพที่สมเหตุสมผล การที่ไม่สามารถบันทีกแบบ 4K ได้ ก็ไม่ถึงกับเป็นจุดด้อยที่สำคัญเท่าไหร่ถ้าคุณไม่ต้องการผลงานในระดับมืออาชีพเพื่อไปออกอากาศ

ในบางกรณี dymanic range และไวท์บาลานซ์ รวมถึงรายละเอียดของภาพนั้นอาจจะเทียบไม่ได้กับกล้องรุ่นที่ใหญ่กว่า การถ่ายภาพนิ่งก็ออกมาในทำนองเดียวกัน

gopro-session-review

ระบบการตั้งค่าแสงน้อยอัตโนมัตินั้นเหมือนจะไม่ได้ค่าเดิมเท่ากันทุกครั้ง บางครั้งมันก็มีการใส่ความสว่างได้เหมาะสมดี แต่หลังจากนั้นพอลองปิดแล้วเปิดใหม่อีกรอบดูเหมือนว่าภาพจะไม่มีความแตกต่างแต่อย่างใด เดาว่าน่าจะเป็นปัญหาเชิงซอฟท์แวร์ได้แต่หวังว่าจะมีการอัพเดทแก้ไขในอนาคต แต่โดยรวมแล้วเราก็ถือว่าการถ่ายภาพในกรณีแสงน้อยนั้นถือว่าเหมาะสม

กล้อง GoPro Hero 4 Session นั้นก็ถือว่าต้องแลกกันระหว่างคุณภาพของภาพวิดิโอและภาพนิ่ง กับขนาดที่เล็กกระทัดรัดน้ำหนักเบาและปรับเปลี่ยนตำแหน่งได้ง่าย

จุดเด่นอีกอย่างก็คือ การที่ไม่ต้องใส่กรอบนั้นทำให้โอกาสที่เจอเกิดภาวะไอน้ำมาเกาะนั้นก็เหลือน้อยลง และอีกทั้งไม่มีอะไรมาขวางกั้นระหว่างเสียงโดยรอบกับไมโครโฟนของกล้องนั่นเอง

คุณภาพเสียงของ GoPro Hero 4 Session

กล้อง GoPro Hero 4 Session นั้นถือว่ามีจุดเด่นในเรื่องของการบันทึกเสียงเมื่อเทียบกับ Hero 4 ในตระกูลเดียวกัน

เหตุผลเนื่องจากไม่มีกรอบพลาสติคมาครอบไมค์สองตัวด้านหน้ากล้อง ผลคือเสียงไม่มีคำว่าอื้ออึงเหมือนที่เจอกับกล้องโกโปรรุ่นอื่น เสียงที่ออกมานั้นใส ชัดเจน พร้อมเสียงแบ้คกราวด์ที่สัมผัสได้ ซึ่งตรงข้ามกับกล้อง Hero 4 ธรรมดาที่ใส่กรอบที่ให้ความรู้สีกของเสียงเหมือนกำลังถ่ายอยู่ใต้น้ำยังไงยังงั้น

ที่โดนใจอีกอย่างก็คือ Session มีไมโครโฟนสองตัว โดยด้านหน้าตัวหนึ่ง ด้านหลังอีกตัวหนึ่ง ทำให้สามารถเก็บเสียงได้รอบทิศทาง

หากคุณขับมอเตอร์ไซค์อย่างรวดเร็ว เสียงรบกวนของลมจากไมโครโฟนด้านหน้านั้นจะดังเสียจนไม่ได้ยินอะไรรอบข้างเลย ทาง Gopro เลยได้เพิ่มระบบซอฟท์แวร์เข้าไปใน Session เพื่อจะตอบสนองต่อเหตุการณ์นี้ด้วยการเพิ่มเสียงจากไมค์โครโฟนด้านหลังแทน ซึ่งก็ถือว่ามันทำงานได้ยอดเยี่ยมเพราะให้เสียงที่เหมาะสมของสภาพแวดล้อมพร้อมๆไปกับเสียงพูดของคุณที่บันทึกเอาไว้

หากจะทำแบบนี้กับกล้องโกโปรรุ่นอื่นๆ คุณอาจจะต้องถอดกรอบออก หรือไม่ก็ซื้อกรอบแบบที่มีแต่โครงสร้าง (Skeleton) ที่ทำให้คุณสามารถเสียบไมโครโฟนเพิ่มเติมเข้าไปได้ แต่ปัญหาคือมันจะไม่กันน้ำอีกต่อไป แต่กับเจ้า Hero 4 Session เสียงชัดแต่ก็ยังกันน้ำได้อีกด้วย

ภาพประกอบจาก trustedreviews.com

Advertisment

Leave a comment